หงส์บอกถอยเหอะ ค่าตัวสร้างบ้าน
หงส์บอกถอยเหอะ ค่าตัวสร้างบ้าน

หงส์บอกถอยเหอะ ค่าตัวสร้างบ้าน ลิเวอร์พูล สโมสรลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับการแจ้งจาก ลีลล์ สโมสรดังในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ว่า พวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินร่วม 100 ล้านยูโร หากต้องการคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน กองหน้าฟอร์มร้อนทีมชาติไนจีเรีย ออกจากถิ่น หลังจบฤดูกาลนี้

โอซิมเฮน โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ โดยกระทุ้งไปแล้ว 18 ประตู จากการลงเล่นให้ ลีลล์ รวมทุกรายการ 38 นัด จน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม มีความสนใจที่จะกระชากเจ้าตัวมาล่าตาข่าย

แต่ด้วยค่าตัวที่ราคาสูงมาก ทางหงส์แดงอาจจะถอยจากดีลครั้งนี้ได้ เพราะมองว่าอาจจะยังไม่คุ้มค่านัก

ดาวรุ่งเจ้าของสถิติซัลโว 10 ประตูในรายการเวิลด์คัพ ยู 17 ได้เป็นรายแรกในประวัติศาสตร์ เป้าหมายหงศ์แดงคนนี้ เราจะไปทำความรู้จักกัน

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวในเกมฟุตบอลโลก รุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี นัดชิงชนะเลิศระหว่าง มาลี กับ ไนจีเรีย เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ชื่อของวิคเตอร์ โอซิมเฮน กองหน้าอินทรีมรกต เจ้าของตำแหน่งแชมป์รายการนี้สมัยที่ 5 ก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อเขาทำเพิ่มอีกหนึ่งประตูในนัดชิงแซงหน้า ซินาม่า ปงโกลล์ และ ซูเลมาน คูลิบาลี ขึ้นเป็นนักเตะเพียงรายเดียวที่ทำได้ถึง 10 ประตู ในรายการนี้

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ไนจีเรียลงเล่นในรายการชิงแชมป์แอฟริการุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี และคว้าได้เพียงอันดับสี่มาครองอย่างน่าผิดหวัง ผลงานดังกล่าวเพียงช่วยให้พวกเขาผ่านเข้ามาถึงฟุตบอลโลกรุ่นเยาวชนที่เพิ่งแข่งเสร็จสิ้นลงไป ทว่าจากผลงานที่น่าผิดหวังดังกล่าว พวกเขายังมีความหวังที่โอซิมเฮน ซึ่งทำไปทั้งสิ้น 4 ประตู เป็นดาวซัลโวของรายการดังกล่าว และแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมแม้เพื่อนร่วมทีมจะเล่นกันไม่ได้ความเพียงใดก็ตาม

จากการลงเล่นในรอบคัดเลือกรายการนั้น มีนักเตะตัวหลักเพียง 5 ราย ที่ได้กลับมาเป็นตัวจริงในเกมเปิดสนามเวิลด์คัพ ยู 17 กับสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าขุนพลหลักในการทำประตูอย่างโอซิมเฮน คือหนึ่งในผู้สอบผ่าน ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง, ความมุ่งมั่นทำงานหนักในแดนหน้า และการมองหาโอกาสทำประตูที่โดดเด่นเหนือใคร ทำให้เจ้าตัวถูกยกไปเปรียบเทียบกับดิดิเยร์ ดร็อกบา ซึ่งโอซิมเฮนยอมรับเองว่าคือไอดอลของเขา

“ดิดิเยร์ ดร็อกบา คือต้นแบบของผม เขาเป็นตัวแทนของนักเตะและบุคคลในแบบที่ผมอยากจะเป็น ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะพัฒนาความสามารถที่จะใช้ลูกบอลและทำประตูสำคัญๆ ได้แบบเดียวกับ เขาเป็นไอคอน เป็นตำนาน และผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเล่นให้ได้อย่างเขา หรือแม้กระทั่งทำได้ดีกว่า” โอซิมเฮนกล่าวทาง FIFA.COM

กองหน้าร่างโย่ง สามารถวิ่งในระยะกลางได้ดี, มีความคล่องแคล่วและเทคตัวได้สูง ทั้งยังมีทักษะในการวิ่งหาตำแหน่งยามไม่มีบอล รวมถึงความสามารถในการทำประตูที่หลากหลายทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่กองหลังแทบทุกรายต้องปวดหัวในการรับมือ

ตั้งแต่จุดโทษถึงลูกกลางอากาศ, จากประตูแบบถูลู่ถูกังสู่การปั่นโค้งแบบสง่างาม ศักยภาพของโอซิมเฮนดูเหมือนว่าจะไม่มีจุดสิ้นสุด ดาวยิงอนาคตไกลรายนี้ทำประตูได้ในทุกเกมที่ลงเล่นที่ชิลี ตั้งแต่นัดเปิดสนามจนนัดชิงทำให้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลย หากแมวมองจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ลิเวอร์พูล, เชลซี, ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน รวมถึงบาเยิร์น มิวนิค จะต่างจับตามองนักเตะคนเดียวกัน

ด้วยความเป็นลูกคนสุดท้องจากพี่น้อง 6 คน กองหน้าวัย 16 ปี เคยเปิดเผยในการพูดคุยทางเว็บไซต์ของสมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา หรือ CAF ว่า เขาเคยเป็นพวกขายของตามข้างถนนเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวก่อนจะค้นพบฟุตบอล ในโลกแห่งความเป็นจริง อาชีพนี้มีเรื่องหนักหนาสาหัสและเสี่ยงภัยกว่าที่หลายคนจินตนาการเอาไว้มาก นอกจากอันตรายจากการจราจรที่คับคั่งแล้ว บ่อยครั้งทีเดียวที่โอซิมเฮนต้องวิ่งเต็มกำลังเพื่อไล่ตามรถความเร็วสูงเพื่อรับเงินจากสินค้าที่เขาขายไป

และสำหรับเด็กน้อยสักคน เขายังต้องเผชิญกับอันตรายจากพวกขู่กรรโชกทรัพย์หรือพวกล้วงกระเป๋าอีกด้วย โอซิมเฮนจำต้องเรียนรู้ที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองและตื่นตัวจากสิ่งรอบกาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้เขาต่อกรกับกองหลังที่ดุดันและแข็งแกร่งได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ผลงานของเขาจะได้รับการยอมรับอย่างมากมายจากสื่อหลายสำนัก แต่เจ้าตัวก็ยังถ่อมตัวเหลือเกินกับความสำเร็จของเขา “เป้าหมายหลักของผมไม่ใช่การเป็นดาวซัลโวในฟีฟ่า เวิลด์คัพ ยู 17 เพราะตอนที่ไนจีเรียคว้าแชมป์เมื่อปี 2013 ดาวซัลโวก็ไม่ได้มาจากไนจีเรีย”

แน่นอน เขาพูดถูก ดาวซัลโวในรายการดังกล่าวคือวัลเมียร์ เบรีชา จากยูเออี ทว่าคนที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมคือ เคเลชี อิเฮียนาโช ดาวเตะซึ่งกำลังสร้างชื่ออยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลานี้

ถึงแม้หลังจบการแข่งขัน โอซิมเฮน จะได้เพียงรางวัลดาวซัลโวสูงสุด ไม่ได้ควบรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเหมือนเช่นที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ แต่เราก็หวังว่าด้วยศักยภาพของโอซิมเฮน เขาอาจจะได้สร้างชื่อกระฉ่อนในวงการลูกหนังภายในเวลาไม่เกินสองปีข้างหน้า